= [บ่น] : Singapore Day 1

– * เผื่อเวลาไปสนามบินอย่างน้อย3hrs. ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนก็ตาม

– ตอนตรวจกระเป๋าผ่านตม. โดนริบLeatherman Squirt ES4 แงงงงงงงงงง 1300หนู T_T

– ( จากข้อข้างบน จึงขอเตือนผู้อ่านทุกท่านว่า ของมีคมเล็กแค่ไหนแม่งก็หาเจอ เก็บไว้ที่บ้านเถอะ )

– Thai – Singapore บินประมาณ2ชม.ครึ่ง ค่อนข้างเร็ว ไม่ต้องนั่งจนปวดตูด

– Singapore Time = Thai Time + 1

– เกลียดเจ๊กบนเครื่องบิน อีเหี้ย สร้างความเดือดร้อน

– ใครมาครั้งแรกระวังหลงทางในสนามบิน อีนี่โง่เดินวนอยู่สามรอบกว่าจะรู้ว่าต้องนั่งSkytrainไปยังTerminalอื่นแล้วนั่งMRTต่อ

– Singapore ร้อนเชี่ยๆๆๆๆๆ แต่ไม่ร้อนเท่าไทยอ่ะ ที่นี่แนวๆร้อนชื้น ลมไม่ค่อยมี + กลิ่นแขก แทบจะเป็นลมได้

– โปรดระวัง ภาษาอังกฤษสไตล์ Singlish เจอทีต้องตั้งสติไปประมาณ2-3วิ

– ที่ซื้อตั๋วMRTแบบเครื่อง ไม่รับแบ๊งค์50, 100นะ เตรียมเงินย่อยมา

– ช่วงPrimetime คนแม่งแน่นMRTแบบ อีกนิดสู้อัดปลากระป๋องแบบที่ญี่ปุ่นได้แล้วอ่ะ ฮรือ ( +กลิ่นพี่แขกด้วยนะ เหี้ยม*100 )

– ที่พัก : Village inn เป็นCapsule hostel ค่อนข้างโอเค แต่หาทางเข้ายากไปนิด พนักงานพูดengพอฟังได้

– ชอบและไม่ชอบบรรยากาศแบบhostelเลยยยย คือ มันก็โอเคนะถ้าได้คุยเฮฮาปาจิงโกะกับแขกคนอื่น แต่เวลาจินอนแล้วมันรู้สึกอึดอัดอ่ะ ไม่กล้าทำแบบตอนนอนอยู่บ้าน

– เนื่องจากที่พักอยู่ในโซนLittle india Environmentเลยค่อนข้างที่จะมีแต่แขกเต็มไปหมด กูนึกว่าอยู่พาหุรัด

– ข้าวอินเดียแม่ง เอา4SGDกูคืนมา อีหี เครื่องเทศมาซะเผ็ด เนื้อเหี้ยอะไรก็ไม่รู้เคี้ยวแล้วtextureไม่ละมุนลิ้นเลย ไม่น่าหน้ามืดตามัวจิ้มมั่วๆสั่งมา ฮือๆๆๆๆ

– ซื้อSimcard สำหรับ touristได้ที่7-11 ถึงแม้ร้านตรงแถวๆlittle indiaจะเหมือนเพิงหมาแหงน แต่ของในร้านก็standard qualityนะ

– อ้อ 7-11 เติมบัตรMRTได้ด้วย จิบอก

– วิวแถวๆHarbourfront สวยดี ขึ้นMRTมาจิเจอห้างเลย

– เพิ่งรู้ว่าอีCable carแม่งสูงเหี้ยๆ เหี้ยๆๆๆไม้ยมกล้านตัว อีสัส ยาวด้วย ถ้าขึ้นไปมีแววเป็นลมสองรอบติดแบบChain combo

– จบวันที่1แบบง่วงๆ บรัย

= Date.Year == 2015 ? ‘HNY’ : ”;

postนี้พิมพ์บนเครื่องบินเลย พอดีว่าง

เพิ่งเคยนั่งBusiness Class… Feeling : ไฮโซ อำมาตย์ อีไล้มากๆ

ปกตินั่งแบบมนุษย์ประหยัดสไตล์….


ไม่ได้post WPเลยตั้งแต่เปิดเทอม

ชีวิตปีสามนี่แบบ เรียนหนักแบบ หนักชิปหายวายวอด

ระดับที่เรียกว่า ต้องขายวิญญานให้ภาควิชา

ความจริงเรียนไม่ได้อะไรขนาดนั้นหรอก แต่ที่หนักจริงคืองาน

ต้องมาอยู่หอ ปั่นงานกันจนดึกๆดื่นๆ ลากยาวหลังเที่ยงคืนทุกวัน

ไม่ว่าจะต่อวงจรCPU 32 bits, เขียนWeb

เขียนโปรแกรม, ทำData mining (ลงวิชาเลือกแบบฆ่าตัวตายมาก)

ตรงตามที่รุ่นพี่บอกเป๊ะ ว่าชีวิตปีสามแม่ง งานหนักจริงๆ -_-


เอ้อ ยังไม่ได้พูดถึงงานBarcampปีนี้เลย

ปีนี้ได้ร่วมงานBarcampทั้งBarcamp BangkokและBarcamp Bangkhenเลย

ได้พูดทั้งสองงานด้วย (ถึงจริงๆจะพูดนิดเดียวและไร้ซึ่งสาระก็เถอะ)

ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี สำหรับการพูดแบบPublic Speakเนี่ย

หวังว่ารอบหน้าจะได้พูดอะไรที่เป็นสาระจริงๆกับเค้ามั่ง

(เอาจริงเตรียมเรื่องไว้แล้วแหละ แล้วเจอกันนะครัช)


โอ๊ย เครียด


ปีนี้เป็นปีที่ รู้สึกตัวเองเรียนรู้เยอะมาก เหนื่อยมากด้วย

เยอะแบบ ยัดห่าลงสมองเลย

ตั้งแต่ปีสองเทอมสองยันปีสามเทอมหนึ่ง

ปิดเทอมก็เรียนเขียนiOS + PHP

เปิดเทอมก็งานเป็นล้าน

ชีวิตเหมือนเรียนตลอดเวลา

งานที่อจ.สั่งก็สั่งแบบ เปิดGoogleล้วนๆเลยยยย (เพราะอจ.ไม่สอนเลย)

จะว่าเรามีPassionกับการCodingก็ได้นะ


ขอให้ปีหน้าเป็นปีที่ดี

แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะดี

ไม่รู้ว่าอะไรจะนำพาเราไปในทิศทางไหน แต่ขอให้เจออะไรดีๆก็แล้วกัน

HNY 2015 ครับ :-)